...บอกจะดองบล๊อค แต่ต้องกลับคำ...ไม่ใช่เพราะ...เก็บรายงานที่คั่งค้างหมดแล้ว...ถึงจะเสร็จไปบางส่วนก็เถอะ อุกิ้ว~~ ^[]^ ไม่ใช่เพราะ...จัดเวลาอ่านหนังสือและเล่นเน็ตลงตัว...ถึงจะพอจัดคิวเกือบๆจะลงอ่านะ...
แต่ที่มาเขียนบล๊อคต่อ...ไม่ใช่เพราะ หาเวลาว่างอะไรได้...
ตัญหาส่วนตัวล้วนๆ!!!
...อยากอัพ...มันทนไม่ไหว อ๊ากกกกกกก ยิ่งช่วงนี้...เดือน11 ลอยกระทง...วันเพ็ญเดือน12 น้ำก็น่องเต็มตลิ่ง...มีแต่เรื่องน่าเขียนทั้งนั้นเลย>///< แถมยังเป็นช่วงตายยอดฮิตอีกต่างหาก(เอ๊ะ?... - - ?) มาดูกันเลยมั้ยค่ะ...
วันที่5พฤศจิกายน 2004 ขอร่วมไว้อาลัยแด่L...

...ไหนๆก็ไหนๆ จัดงานเดียวอาลัยมันครบเซ็ทเลย(แอบมีspoil โผล่ หุหุ) อ่า...Lใส่ชุดสูทขึ้นจริงๆ เท๊เท่ เสียดาย...ทำไมคนหล่อแปลกๆอย่างLต้องตายด้วย อาจารย์โอบะ โอบาตะ ใจร้าย T^T รักL ชอบL ทำไมต้องให้Lตายด้วยล่ะเค่อะ ชิมิๆ~~~~
วันที่8 พฤษจิกายน 1923 ขอร่วมไว้อาลัยแด่คุณอัลฟรอนซ์ ไฮเดริช...

...ตามหลักของกฏการ์ตูน 100ข้อ คนหล่อที่ไม่ใช่พระเอกต้องตายเสมอ...ยังใช้ได้กับกรณีนี้...คุณชายเจ้าค่ะ คุณชาย~เอ่อ...แต่ถ้าดูจากปีที่ตายแล้ว ถ้ายังอยู่ก็คงเป็นคุณปู่คุณตาแล้วสินะ = = '' เวลาและสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง...ดีแล้วค่ะที่คุณชายตายตั้งแต่ยังหนุ่มยังแน่น ไม่งั้นขืนยังอยู่มาถึงป่านนี้ แฟนๆของคุณปู่คุณตาไม่เหลือแน่...(เอ๊ะ?...ชักยังไงชอบกล- - ?)
วันที่7 พฤษจิกายน???? ขอร่วมไว้อาลัยแด่2ผู้กล้า...
ฮางิวาระ เคนจิ
มัทสึดะ จิมเปย์


เครดิต EGUANA PARADISE
2ผู้กล้าจากเรื่องโคนัน ที่มีศักดิ์เป็นแค่ตัวประกอบที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปในความทรงจำของผู้อ่านบางคน...แต่กลับตราตรึงในใจของผู้อ่านอีกหลายคน...รวมทั้งเราด้วย...
[Conan FanFic]Pain...[Rewrite]
หากว่าชีวิตคนเราสามารถย้อนเวลากลับไปได้
ผมเองก็อยากจะย้อนเวลากลับไปในวันนั้น
วันที่ผมยังมีเวลาที่จะพูดในสิ่งที่ผมไม่มีโอกาสได้บอกเค้าคนนั้น
ใครกันที่ว่าความตายคือจุดสิ้นสุดของชีวิต
แต่สำหรับผมมันคือจุดเริ่มของฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่น
แม้ว่าจะหลับตาก็ไม่อาจข่มตาให้หลับนอน
เพียงแค่บิดเบือนความจริง แสร้งทำเป็นว่ามองไม่เห็น
ทั้งที่ความจริงก็เห็นอยู่ตรงหน้า ความจริงที่ทำให้ตระหนักถึงความผิดที่ได้กระทำลงไปกับคนที่ตัวเองรัก
ความผิดที่เกิดจากการกระทำหยอกล้อเยาแหย่ ตามประสาเด็กที่ไม่รู้จักโต โดยไม่คิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นตามมา
และผลที่เกิดจากการกระทำนั้น ก็เหมือนกับการผลักไสคนที่ตัวเองรักที่สุดให้ไปอยู่ในเงามืด
โดยที่ตัวเองไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะยื่นมือฉุดเขาออกจากความมืด หรือแม้แต่โอกาสที่จะเป็นฝ่ายพลัดตกลงไป
เพราะตอนนี้ไม่มีทั้งคำพูด เวลา หรือโอกาส สำหรับผมอีกต่อไปแล้ว!
.
ถ้างั้นก็แก้แค้นให้หน่อยล่ะกัน เสียงหัวเราะเบาๆของฝ่ายตรงข้ามดังเข้ามากระทบโสตประสาท
ผ่านทางปลายสายที่เชื่อมโยงระหว่างสองโลก โลกของความจริง และโลกของเส้นด้ายบางๆที่เรียกว่าชีวิต ก่อนที่เส้นด้ายบางๆนั้นจะถูกกระตุกขาดกลางออกเป็นสองเส้น พร้อมกับเสียงจากซาตานที่ดังก้องไปทั่วหู
ฮางิวาระ เสียงหนึ่งเอ่ยชื่อคนปลายสายด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ร่างกายทั่วร่างเย็นเฉียบเหมือนไร้ความรู้สึกใดๆ
ไม่มีอีกแล้ว...คนที่คอยอยู่เคียงข้างและห่วงใย
ไม่มีอีกแล้ว...คำพูดหยอกล้อที่ทำให้เราสบายใจเมื่อได้ยินเสียงนั้น
ไม่มีอีกแล้ว...ความสัมพันธ์ที่ส่งเป็นเรื่องราวถึงอีกฝ่ายระหว่างเราสองคน
สิ่งที่เหลืออยู่...คืออะไร
คำพูดหนึ่งคำที่ไม่มีความหมายถ้าคนพูดไม่ใช่คนที่อยากจะฟัง
.
คำพูดของผม...เป็นสิ่งที่ทำให้เพื่อนคนสำคัญของผมยังมีลมหายใจอยู่มาจนถึงทุกวันนี้
แต่การยึดติดกับอดีตที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง...การมีชีวิตอยู่จะมีความหมายอะไร
นอกจากมีชีวิตอยู่เพื่อปรารถนาความตาย...ความตายที่จะปลดปล่อยตัวเองให้พ้นจากพันธะที่แบกรับ
ซึ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการแม้แต่น้อย!
หากผมบอกเจ้าตัวให้ลืมเรื่องนี้ไปซะแล้วไปใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขกับคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างและห่วงใย
ผมอาจเป็นฝ่ายโดนจองล้างจองผลาญถึงโลกวิญญาณก็เป็นได้เพราะผมรู้คำตอบที่เจ้าตัวให้ไว้เกี่ยวกับเรื่องที่ผมอยากจะบอก
ผ่านทางความฝัน...
..
การแก้แค้นไม่เคยทำอะไรให้ดีขึ้นมาหรอกนะ นอกจากความเจ็บปวด...
ฉันรู้ดี... คำตอบแสนแผ่วเบาไม่ต่างอะไรจากเสียงกระซิบ หากแต่ก็หนักแน่นนักจนสัมผัสได้ถึงอณูวิญญาณจนทำให้ร่างวิญญาณของเพื่อนผู้ล่วงลับถึงกับหนาวสะท้านกับสภาวะบรรยากาศที่ถูกกดดันด้วยความเคร่งเครียดของอีกฝ่ายในความฝันของเจ้าตัวเอง
แต่จะให้ทำยังไง จะบอกให้ลืม ฉันทำไม่ได้หรอก น้ำเสียงสั่นเทาดังเล็ดลอดออกจากริมฝีปากที่เม้มไว้เหมือนจะกลั่นหยาดน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ดูเหมือนชายหนุ่มร่างสูงผู้เป็นเจ้าของความฝันจะยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นหลังการตายของเพื่อนสนิทคนนี้
ไม่ได้บอกให้ลืม แค่ไม่อยากให้นายต้องใช้ชีวิตที่จมปลักอยู่กับการแก้แค้น เพราะฉัน...ไม่อยากให้นายตาย
ฉันจะไม่ตาย! ร่างสูงตะโกนลั่นพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ร่างโปร่งใสของเพื่อนผู้ล่วงลับอย่างเดือดดาล ทำเอาวิญญาณโปร่งใสค่อนข้างสับสนกับอารมณ์ของเพื่อนตรงหน้า เมื่อกี้ทำเป็นจะร้องไห้ เดี๋ยวก็ทำเป็นโกธรเหมือนเด็กเล็กๆ ที่เอาแต่ใช้อารมณ์ปั่นหัวผู้ใหญ่เล่นด้วยความสนุก
อันที่จริงถ้าจะพูดให้ถูกคือไม่ยอมตายต่างหาก เจ้าตัวขยายความ ริมฝีปากยิ้มนิดๆ น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมแต่แฝงด้วยความเศร้าโศก
ไม่ยอมตาย
ใช่ จนกว่าจะแก้แค้นให้นายได้สำเร็จ ฉันจะไม่มีวันยอมตายเด็ดขาด เจ้าตัวพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจเต็มเปี่ยมท่าทางเหมือนกับเด็กๆเวลาที่ตั้งใจทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ แต่นั้นไม่ใช่วัตถุประสงค์ของเขาซักหน่อย!
หมายความว่าจะไม่ยอมทิ้งความคิดที่จะแก้แค้น...ไอ้เพื่อนหัวแข็ง!!!
แกว่าใครหัวแข็ง ไอ้เพื่อนไม่รักดีชิงตายไปก่อน ตอนแกไม่อยู่...ฉันน่ะ...ฉัน...ฮึก ฮึก ไอ้เจ้าบ้าฮางิวาระ!!!
คนที่ภายนอกดูไร้ซึ่งมนุษย์สัมพันธ์กำลังร้องไห้ เสียน้ำตา....เพื่อเขา!
ฮึก ฮึก ฮางิ...วาระ..ฮืออออ
อย่าร้องไห้สิ มัทสึดะ ขนาดฉันเป็นผู้เสียหายฉันยังไม่ร้องเลย
ฮางิวาระปรับเสียงและสีหน้าให้อ่อนลง ก่อนจะยกมือขึ้นเพื่อปาดน้ำตาออกจากดวงหน้าใสของอีกฝ่าย แต่มือของฮางิวาระกลับผ่านตัวของอีกฝ่ายราวกับเป็นอากาศธาตุไป
แต่ฮางิวาระก็พยายามอย่างที่สุดที่จะถ่ายทอดความเข้มแข็งและความเป็นห่วงไปให้อีกฝ่ายได้รับรู้ โดยการกอดร่างที่กำลังร้องไห้ด้วยมือที่โปร่งแสงและไม่อาจจับต้องโดนตัวของอีกฝ่าย ก่อนจะลูบหลังฝ่ายที่กำลังสะอื้นไห้เบาๆ ถึงแม้ว่ามือทั้งสองข้างนี้จะไม่สามารถจับต้องคนที่ต้องการจะปลอบโยนได้เลยก็ตาม
ขอโทษนะ ขอโทษ! ทำให้นายเจ็บปวดยังไม่พอ...แค่จะซับน้ำตาให้ยังทำไม่ได้เลย
ร่างที่กำลังสะอื้นหยุดนิ่งฟังทันที และพูดตอบโต้อย่างเด็ดเดี่ยว ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ!
นายไม่จำเป็นต้องขอโทษ! ถึงความทรงจำนั้นจะทำให้เจ็บปวด...แต่ฉันก็ไม่อยากหนีจากมัน
งั้นหมายความว่า...นายจะเดินไปข้างหน้าแล้วทิ้งเรื่องการแก้แค้นไว้ข้างหลังแล้วใช่มั้ย
นั้นมันคนละเรื่องกัน...ฉันจะเดินไปข้างหน้ารึเปล่ามันก็เรื่องของฉัน แต่ฉันจะไม่มีวันลืมนายแล้วก็เรื่องของนายยังไงซะก็คงต้องขอจับเจ้ามือวางระเบิดคนนั้นซะก่อน แล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลังหรือถ้านายจะคัดค้านอะไร ก็ขอแสดงความเสียใจที่จะต้องบอกว่า...ฉันไม่สนใจที่จะฟัง
เอาแต่ใจตัวเองเป็นบ้า
มัทสึดะยิ้มออกมาหลังจากได้ฟังประโยคนั้น
ก็ประมาณนั้น...แล้วก็ไม่ต้องโทษตัวเองด้วยว่าคำพูดของนาย ทำให้ฉันมาแก้แค้นให้...ที่ฉันแก้แค้นก็เพราะฉันอยากจะทำ...ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคำพูดของนายเลยแม้แต่น้อย สำคัญตัวผิดไปแล้ว...คู่หู!
แน่ใจนะ...ว่าคำพูดของฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องน่ะ!
ฮางิวาระทำหน้ายิ้มๆปนเจ้าเล่ห์ ในขณะที่มือของมัทสึดะทำท่าเขกศีรษะทะลุผ่านส่วนหัวของเขาไปได้อย่างหน้าตาเฉย
นี่ๆโกธรเหรอ จัมปี้คุงงงง
ฮางิวาระลากเสียงน่าถีบเมื่อเห็นเส้นเลือดของอีกฝ่ายเดือดปุดๆ
อยากตายรอบสองมั้ย? เดี๋ยวจะสงเคราะห์ให้
ไม่เอาหรอก รอบเดียวก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว...แต่ว่าตอนนี้ตายไปแล้วก็เลยไม่เจ็บนี่เนอะ
ฮางิวาระเล่นมุขกับตัวเอง แต่ดูท่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะขำด้วย มัทสึดะที่สงบลงไปแล้วกลับน้ำตาไหลพรั่งพรูขึ้นมาอีกเมื่อนึกภาพของฮางิวาระกำลังแหลกเป็นชิ้นๆด้วยฝีมือของมือวางระเบิดที่ตอนนี้ยังจับตัวไม่ได้
สัญญาได้มั้ย...หลังจากเรื่องแก้แค้นจบลง นายจะ...มีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุข
นัยน์ตาสีน้ำเงินที่จ้องมองมาเป็นเชิงบังคับทำให้มัทสึดะถึงกับต้องหลบสายตาคมกร้าวของอีกฝ่าย
ไม่รู้สิ...ก็บอกแล้วไง เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง...แต่ถ้านายมาเข้าฝันบ่อยๆ ฉันอาจเลิกคิดเรื่องแก้แค้นก็ได้นะ
คงยาก...การเข้าฝันต้องใช้พลังมากกว่าที่คิดไว้เยอะแต่นานๆทีก็คงได้มั้ง
ฮางิวาระพูดเสริมขึ้นเมื่อเห็นสายตาเศร้าๆของอีกฝ่าย ทั้งๆที่ไม่อยากให้เจ้าตัวยึดติดกับการพบกันในความฝัน เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะหลงใหลกับความฝันที่แสนสุข จนไม่ลืมตาตื่นขึ้นอีกเลย...
ความสุข...ที่หลงเหลืออยู่ในความฝันจะมีประโยชน์อะไร
หากเมื่อลืมตาตื่นขึ้น...แล้วต้องลืมเลือนความสุขนั้นไป
แต่อย่างน้อย...ถ้าให้ยามฝันได้พบกับความสุขบ้าง ถึงจะไม่ใช่ความจริงที่แสนหวานในโลกของความเป็นจริง
แต่ก็คงดีกว่าการที่จะต้องพบเจอแต่ความฝันที่ชวนให้ขมขื่น ถึงจะเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญในโลกของความเป็นจริง
ถ้าเวลาสามารถลบเลือนบาดแผลที่เจ็บปวดได้ โลกนี้ก็คงมีทั้งคนที่เจ็บและไม่เจ็บปะปนกันไป
ต้องมีคนที่เลือกจะใช้เวลาและคนที่ไม่เลือกจะใช้เวลา เป็นเครื่องมือในการสมานรอยแผลของตน
ถึงจะรู้ว่าทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกใช้หรือไม่ใช้เวลาในการสมานรอยแผล...
แต่ก็อยากให้เพื่อนคนสำคัญเลือกในสิ่งที่ดีที่สุดมากกว่าที่จะเลือกให้ตัวเองต้องเจ็บปวดเพราะเพื่อนคนนี้
เพื่อนผู้สร้างบาดแผล...
FIN
*******************************************
Author's Note-
ในที่สุดก็เขียนจบลงด้วยดี (โดยไม่ให้ฮางิวาระทำอะไร เปิ่นๆแป๊กๆออกมา ฮ่า~ ^^) เขียนด้วยแรงบันดาลใจจากเล่ม36-37โดยตีความจากบทสนทนาที่ออกมาแทบนับประโยคได้ของมัทซึดะ ว่าจะแก้แค้นให้เพื่อน แต่ถ้าเราลองคิดในแง่อนิเม ฮางิวาระพูดเป็นเชิงหยอกให้แก้แค้น แล้วใจจริงเจ้าตัวอยากให้มัทซึดะแกแค้นให้จริงหรือเปล่าแล้วมัทซึดะแก้แค้นเพราะเพื่อนบอกมาให้ทำ หรือเพราะต้องการจะทำอยู่แล้ว แต่ยกเอาเรื่องเพื่อนขึ้นมาบังหน้า
เลยเกิดเป็นฟิคเรื่องนี้ขึ้น เพื่อสนองตัญหาความอยากรู้ของตน ด้วยความที่ข้อมูลเกี่ยวกับฮางิวาระ มีน้อยเบาบางเป็นอากาศธาตุในคอมมิคหรือแม้แต่อนิเม ที่ได้โผล่มาแค่10วินาทีแรก จากนั้นก็บึ้ม! แล้วก็ลอยหายไปในอากาศ เลยต้องยืมบุคลิกในโดกิ้งก่าเอามาเล่าอ้างกล่าวถึงบวกกับการคาดเดาส่วนตัว ในอนิเมขนาดที่ทำงานอยู่กับระเบิดยังมีอารมณ์ขันเต็มเปี่ยม เลยน่าจะเดาได้ว่าเป็นชายหนุ่มอารมณ์ดี ขี้เล่นไม่รู้จักโต ซึ่งเป็นนิสัยตรงข้ามกับมัทซึดะ(เค้าว่าคนนิสัยต่างกันคนละขั้วมักจะสนิทกัน เลยยืมตรงจุดนี้มาใช้)มาแต่งเป็นฟิคเรื่องนี้ จุดบกพร่องคิดว่ามีเยอะ(ข้อมูลค่อนข้างน้อย)เกี่ยวกับฟิคเรื่องนี้ ช่วยติๆกันด้วยนะค่ะ
ฉากจบที่อยู่หลังเนื้อเรื่องหลัก หลังมัทสึดะตายกลายเป็นวิญญาณ
ฮางิ: นายอยากรู้มั้ยว่าทำไมตอนที่ฉันไปเข้าฝันนาย ถึงบอกให้นายทิ้งเรื่องแก้แค้นและใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
มัทซึ: (ส่ายหน้า ด๊อกแด็ก)ไม่รู้อ่ะ
ฮางิ: เพราะบัญชีคนตายในโลกวิญญาณ อีก7ปีให้หลัง ฉันเห็นชื่อนาย...ตายเพราะเป็นมะเร็งปอด
มัทซึ: o.O!!!
ฮางิ: อีกไม่กี่ปีนายก็ตายแล้วยังหาเรื่องตายก่อนกำหนดอีก นายนี่มันบ้าจริงๆ!
******************
จบค่ะ แฮะๆ บอกตามตรงเห็นมัทซึดะแล้วนึกถึงพระเอกเรื่องคอนสแตนตินนะเนี่ย เลยกะให้ชื่อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษว่า Sacrifice (การเสียสละ) แต่พอเขียนไปเขียนไม่เวิรก์เลยเปลี่ยนใหม่^^ ที่จะให้มัทซึดะเป็นมะเร็งปอดตายก็เพราะพระเอกเรื่องนี้แหล่ะ โฮๆๆๆ
...........
ขอCommentด้วยนะค่ะ เอาผลงานเก่ามาหากิน...ติชมด้วยนะค่ะ





